อย่าได้ปิดกั้นวันวัยเรียน

       การศึกษาในปัจจุบัน พ่อแม่ให้การสนับสนุนเต็มที่ รัฐบาลก้ลงมาโอบอุ้ม ถึงขั้นเรียนฟรีกันแล้ว นี่เป็นสิ่งยืนยันว่าในสังคมโลก การมีประชากรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาที่มีความสมดุลย์ระหว่าง กาย  ใจและสมอง ย่อมทำให้สังคม ประเทศชาติ อยู่ร่วมกันอย่างสงบร่มเย็น   สำหรับการศึกษาในประเทศไทยมองดูสภาพการณ์แล้วในความคิดส่วนตัว มีความเห็นว่าแข่งขันกันเสริมสร้างสมองกันมากมายเกินไป  ลูก ๆ หลาน ๆ หรือนักเรียนเรียนพิเศษกันเป็นบ้าเป็นหลัง วันธรรมดาก็กลับบ้านสองทุ่มสามทุ่ม  ในวันหยุด วันเสาร์ อาทิตย์ ก็เริ่มเรียน
กันแต่เช้า จนค่ำมืด ทำให้นักเรียนเกิดความเครียด กันเป็นส่วนใหญ่  การขัดเกลาและถ่ายทอดวัฒนธรรมกลับทำได้ลดน้อยถอยลง  พฤติกรรมนักเรียนส่วนหนึ่งที่แสดงออกในโรงเรียนจึงไม่สู้ดี เช่น การทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน  การเสพยาเสพติด  การมั่วสุมด้านชู้สาว การทะเลาะวิวาท  การพูดคำหยาบคาย  การขาดระเบียบวินัย   ไม่ตรงต่อเวลา  เหล่านี้เป็นต้น 
        อันที่จริงนักเรียนส่วนใหญ่ก็ยังมีพฤติกรรมดีอยู่ในระเบียบวินัย  แต่นับวันยิ่งมีอาการน่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น  อยากให้นักเรียน
ได้มีความตั้งใจในวันและวัยที่อยู่ในช่วงอายุของวัยแห่งการศึกษา ถ้าเปรียบเทียบกับแนวทางการดำเนินชีวิตของคนอินเดีย ที่มี 4 ขั้นคือ พรหมจารี  คฤหัสถ์  วนปรัสถ์ และสันยาสี   นักเรียนคือวัยพรหมจรรย์หรือพรหมจารี อันเป็นวัยแห่งการศึกษาหาความรู้  จึงควรที่จะทำหน้าที่ศึกษาหาความรู้ให้จงดี  เพื่อนำพาชีวิตเข้าสู่ คฤหัสถ์ เมื่อเรียนจบ นักเรียนก็แต่งงานแต่งการมีครอบครัว มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่สามารถยืนหยัดอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างมั่นคง ต่อไป

การสร้าง blog

     ให้นักเรียนเข้าศึกษาวิธีการสร้าง blog ที่นี่    http://bombik.com/node/91/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-blog-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-wordpresscom

การสอบวัดสมรรถนะครู

ต้องยอมรับว่า การเตรียมตัวก่อนสอบเป็นเรื่องค่อนข้าง
ยุ่งยาก เพราะไม่รู้ว่าแนวข้อสอบจะเป็นอย่างไร เน้นหนักเรื่อง
อะไรบ้าง คิดว่าพอเจอตัวข้อสอบเข้าจริง ๆ ปรากฎว่ายาก
มาก ๆ ประกอบกับโจทย์ในแต่ละข้อค่อนข้างยาว เวลาในการ
ทำข้อสอบ ไม่สมดุลย์ทำให้มีหลายคน ทำข้อสอบไม่ทัน
แต่คิดว่า แม้จะทำทันก็ยากที่จะสอบผ่านข้อสอบ โดยเฉพาะ
ฉบับที่ 1 สำหรับฉบับที่ 2 คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ครูคงทำได้
แน่นอน
คราวนี้ก็คงต้องรอ การเข้ารับการอบรมเพิ่มสมรรถนะกัน
ล่ะครับ แต่ต้องยกนิ้วให้เลย สอบครูไม่รู้อ่านตรงไหน อ่านอะไร
ขอบเขตแค่ไหน มันยากจริง ๆ เด็ก ๆ ห้ามต่อว่าครูนะครับ
ว่าครูก็โง่เป็นเหมือนกัน เพราะไม่มีหนังสือแบบเรียนสมรรถนะ
ให้ครูเตรียมก่อนสอบนี้แหละ
โอเค…ฉบับที่ 1 ยากจริง ๆ คือลืมหมดแล้วครับ ก็ค่อย
ว่ากันต่อไป

บ่นไปให้ศิษย์ฟัง

            

                  สวัสดีทุกท่าน เป็นความพยายามอีกก้าวหนึ่งที่จะนำพา ให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายได้สร้าง  Blog เป็นของตนเอง ซึ่งคิดว่า ณ ปัจจุบันนี้ การสร้าง Blog คงไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก มากมายนักสำหรับวัยเรียนวัยรุ่น (แต่สำหรับครูยากอยู่นะ…)  เพราะมีแหล่งบริการให้พวกเราสร้าง Blog ฟรี และมีกรรมวิธีในการสร้าง Blog ได้อย่างง่ายและรวดเร็ว   เท่าที่ผ่านมาครูได้มอบหมายชิ้นงานให้นักเรียนสร้างชิ้นงานด้านไอซีที มาตั้งแต่
Powerpoint   E-book  Flip Publiser  Flip Album   Desktop Author ฯ
             บัดนี้เป้าหมายของครูก็คือให้สร้างเว็บส่วนตัวของนักเรียนรายบุคคล  ค้นหาสาระความรู้ใด ๆ ก็นำเสนอบนเว็บหรือ Blog ของตนเอง
สามารถติดต่อกับเว็บของครูผู้สอน ดาวน์โหลดแบบทดสอบและเนื้อหาสาระไปศึกษาด้วยตนเอง ติดต่อกับครูและกลุ่มเพื่อนผ่าน SMS
HI5 Facebook  Twitter  
              ถ้าเราไม่เริ่มต้นเรียนรู้และใช้มันให้เป็น เราหมายถึงนักเรียนจะกลายเป็นคนยุคโบราณไป เพราะขณะนี้นักเรียนส่วนหนึ่งก็ใช้สื่อเหล่านี้
อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น HI5  Facebook และ Twitter เพียงแต่ว่าใช้กันอยู่ในกลุ่มน้อย และใช้เพื่อความสนุกสนานเน้นบันเทิงเสียมากกว่า
จะใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา
               แม้จะยุ่งยากลำบากบ้างในตอนต้น แต่คิดว่านักเรียนคงทำได้ทุกคน  เราจะเริ่มกันในเร็ว ๆนี้

การสอบวัดสมรรถนะคร

               ตามที่ทราบกันแล้วว่าคุณครูจะมีการสอบวัดสมรรถนะกันในวันที่ 7-8 เมษายน 2553 นี้  ครูเราส่วนใหญ่ก็วิตกกังวลในเรื่องของแนวข้อสอบที่จะต้องเผชิญว่ามันจะออกมาในแนวทางใด เน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ  บ้างก็ว่าจะเน้นในเรื่องของการคิดวิเคราะห์ บ้างก็บอกว่าจะเน้นเรื่องเกี่ยวกับกฎระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครู  ก็คิดกันไปต่าง ๆ นานา   แต่บางกลุ่มก็คิดแบบสนุก ๆ ว่าไม่เป็นไรสอบตก ก็จะได้ไปร่วมอบรมกัน  อันนี้ก็คลายการวิตกกังวลไปได้ระดับหนึ่ง   ถามว่าการสอบวัดสมรรถนะครูผู้สอนนี้ มีผลดีหรือไม่  ในประเด็นนี้ ก็คิดว่าดีเหมือนกัน ครูเราจะได้มีการตื่นตัว ศึกษา พัฒนาตนเอง มากขึ้น  ไม่ย่ำอยู่บนความรู้เดิม ๆ ปีแล้วปีเล่า  อันจะส่งผลดีต่อนักเรียน จะได้รับความรู้ดี ถูกต้อง และก้าวหน้า ทันสมัย 
                แต่นั่นแหละครูส่วนใหญ่ก็ประพฤติปฏิบัติกันอยู่เป็นปกติวิสัยอยู่แล้วในการคิด ศึกษา ค้นคว้า พัฒนาตนเอง เป็นการเพิ่มเติม  มีแค่อยู่จำนวนหนึ่ง แต่ก็มีจำนวนหลายเหมือนกัน ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่คุ้มกับค่าเงินเดือนภาษีอากรประชาชน อาทิ ไม่มีคาบสอนเลย หรือบางคนมีคาบสอนแค่คาบสองคาบ  แล้วปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ที่ผู้บริหารมอบหมาย  อันที่จริงนโยบาย “คืนครูสู่ห้องเรียน” ได้มีผลในทางปฏิบัติแล้ว แต่ก็ยังมีโรงเรียนต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้คืนครูสู่ห้องเรียน  ที่ร้ายมาก ๆ ก็เห็นจะเป็นกลุ่มสาระที่ขาดกำลังครู ก็รับภาระสอนกันค่อนข้างหนัก เืมื่อภาระหนักเกินไป  กำลังก็ไม่พอ ต้องขออัตราเพิ่ม แบบนี้บางทีแทนที่ให้ครูลอยหรือครูสองคาบสี่คาบได้ไปแก้ปัญหา บางทีโรงเรียนกลับไปจ้างครูอัตราจ้างเข้ามาแทน ทำให้เสียงบประมาณรายจ่ายไปโดยใช่เหตุ  
                ในประเด็นเหล่านี้เป็นการส่งผลร้ายต่อระบบการศึกษาของไทยเรามานาน  ซ้ำร้ายยิ่งกว่า บางทีความก้าวหน้าในการเลื่อนขั้นครูส่วนน้อยพวกนี้ กลับได้รับการพิจารณาในระยะถี่ กว่าครูที่ประจำกลุ่มสาระที่ทำหน้าที่อย่างหนักอยู่ที่หมวดหรือกลุ่มสาระของตน  อันนี้แหละกำลังใจของครูส่วนใหญ่ ที่มอง รู้ แลเห็น ความไม่ยุติธรรมเหล่านี้  มาทำให้ตนเกิดความรู้สึกท้อแท้  เลยทำให้เฉื่อยชาลง ยิ่งส่งผลร้ายต่อนักเรียนเพิ่มเข้าไปอีก   พวกเราที่ผ่านการเรียนวิชาครูกันมา เราต่างมีศักดิ์ศรี มีอุดมการณ์ในความเป็นครู พอมาประสบพบกับสิ่งเหล่านี้ทำให้อุดมการณ์ถดถอย  และเศร้าใจอยู่ในส่วนลึก
                อยากฝากบรรดานักการศึกษา  นักบริหาร ได้โปรดพินิจพิจารณา แก้ไขปัญหาใกล้ตัวนี้ให้ด้วย  ส่วนการสอบวัดสมรรถนะพวกเราก็พร้อมและยอมรับกับผลการสอบที่ออกมาทุกประการ